กรณีศึกษา
ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ
ระบบสารสนเทศแบบ DSS
เป็นระบบสารสนเทศที่ช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งมีลักษณะมีโครงสร้างไม่ชัดเจน
โดยนำข้อมูลมาจากหลายแหล่งช่วยในการนำเสนอและมีลักษณะยืดหยุ่นตามความต้องการ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision
Support System) เป็นระบบย่อยหนึ่งในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
โดยที่ระบบสนับสนุนการตัดสินใจจะช่วยผู้บริหารในเรื่องการตัดสินใจในเหตุการณ์หรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอน
หรือกึ่งโครงสร้าง
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอาจจะใช้กับบุคคลเดียวหรือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเป็นกลุ่ม
นอกจากนั้น ยังมีระบบสนับสนุนผู้บริหารเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ได้เริ่มขึ้นในช่วง ปี
ค.ศ. 1970
โดยมีหลายบริษัทเริ่มที่จะพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อที่จะช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน
หรือกึ่งโครงสร้างโดยข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงตลอด
ซึ่งระบบสารสนเทศเดิมที่ใช้ในลักษณะระบบการประมวลผลรายการ (Transaction
processing system) ไม่สามารถกระทำได้
นอกจากนั้นยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดแรงงาน
ต้นทุนที่ต่ำลงและยังช่วยในเรื่องการวิเคราะห์การสร้างตัวแบบ (Model) เพื่ออธิบายปัญหาและตัดสินใจปัญหาต่างๆ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1980
ความพยายามในการใช้ระบบนี้เพื่อช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจได้แพร่ออกไป
ยังกลุ่มและองค์การต่างๆ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ คืออะไร
DSS เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการ
การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อน
ภายใต้ซอฟต์แวร์เดียวกัน นอกจากนั้น DSS ยังเป็นการประสานการทำงานระหว่างบุคลากรกับเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์
โดยเป็นการกระทำโต้ตอบกัน เพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีโครงสร้าง
และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นถึงสิ้นสุดขั้นตอนหรืออาจกล่าวได้ว่า
DSS เป็นระบบที่โต้ตอบกันโดยใช้คอมพิวเตอร์
เพื่อหาคำตอบที่ง่าย สะดวก รวดเร็วจากปัญหาที่ไม่มีโครงสร้างที่แน่นอน
ดังนั้นระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ จึงประกอบด้วยชุดเครื่องมือ ข้อมูล ตัวแบบ (Model)
และทรัพยากรอื่นๆ
ที่ผู้ใช้หรือนักวิเคราะห์นำมาใช้ในการประเมินผลและแก้ไขปัญหา ดังนั้นหลักการของ DSS
จึงเป็นการให้เครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้บริหาร ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีรูปแบบที่ซับซ้อน
แต่มีวิธีการปฏิบัติที่ยืดหยุ่น DSS จึงถูกออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ไม่เพียงแต่การตอบสนองในเรื่องความต้องการของข้อมูลเท่านั้น
องค์กรอัจฉริยะ คือ บริษัท กสท
โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน)
ธุรกิจอัจฉริยะ (Business
Intelligence : BI) เป็นระบบที่ช่วยในการวิเคราะห์และสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารเพื่อนำไป
สู่ความยั่งยืนขององค์กร
ระบบนี้สามารถให้ผู้บริหารสามารถเรียกดูข้อมูลหรือสารสนเทศที่มีคุณค่าสูง
และมีประโยชน์ (Rich Data) ที่เก็บไว้ในระบบคลังข้อมูลขององค์กร
อาทิเช่น สารสนเทศด้านการขาย
สารสนเทศด้านการผลิต ตลอดจนสารสนเทศทางด้านลูกค้า
และดึงสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้บริหารต้องการ มาแสดงในรูปแบบของรายงาน
กราฟ แผนภูมิ ตาราง และภาพกราฟฟริคต่างๆ
โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านสถิติ การหาความสัมพันธ์ของข้อมูล หรือการจำลองสถานการณ์ต่างๆ
ซึ่งสามารถแสดงสารสนเทศในภาพรวม (Roll up)หรือเจาะลึก (Drill
drown) เฉพาะส่วนได้
เพื่อนำไปสู่การค้นหาสาเหตุของปัญหาได้อย่างตรงจุด ถูกประเด็น
และวางแผนอนาคตได้ถูกทาง สอดคล้องกับ KPIs ขององค์กร
CAT Telecom ได้เล็งเห็นความสำคัญของการทำธุรกิจอัจฉริยะ
ซึ่งกำลังกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญในปัจจุบัน และช่วยให้สินค้าและบริการของ CAT
Telecom สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด
จึงได้ว่าจ้าง บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (IRCP)
และ บริษัท แซส ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด (SAS) ดำเนินโครงการพัฒนาระบบคลังข้อมูล/เหมืองข้อมูล (Data
Warehouse/Data Mining) โดยได้เริ่มโครงการฯ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน
2550 ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดให้มีศูนย์กลางในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศ
ของ CAT Telecom ทั้งข้อมูลจากแหล่งภายในและภายนอกองค์กร สนับสนุนการทำงานทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล
การนำเสนอข้อมูลและการจัดทำรายงานข้อมูลสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารจัดการ
และการตัดสินใจ โดยมุ่งเน้นให้ระบบมีการทำงาน/ประมวลผลแบบอัตโนมัติมากที่สุด
คลังข้อมูล คือ
หลักการหรือวิธีการในการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทั้งภายในและภายนอก องค์กร ซึ่งรวมถึงฐานข้อมูลระดับปฏิบัติการ (Operational
Databases) จากทุกระบบงานภายในองค์กรที่อาจอยู่อย่างกระจัดกระจายและมีรูปแบบหลากหลาย
โดยนำมาปรับให้เป็นฐานข้อมูลรูปแบบเดียวกัน
เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้งองค์กรในการเรียกดูหรือสอบถามข้อมูลใน
รูปแบบต่าง ๆ อาทิ ตาราง รายงาน กราฟ ฯลฯ
เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป
รวมทั้งยังใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับระบบสารสนเทศต่าง ๆ เช่น ระบบสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
(Decision Support System; DSS) ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relationship Management;
CRM) เป็นต้น
นอกจากนี้
ยังสามารถนำข้อมูลจากคลังข้อมูลเข้าสู่กระบวนการของการทำเหมืองข้อมูล
หรืออาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การค้นหาความรู้ในฐานข้อมูล (Knowledge
Discovery in Databases; KDD) ซึ่งก็คือเทคนิคการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสกัดเอาความรู้ที่ซ่อนอยู่
ในฐานข้อมูลขนาดใหญ่และซับซ้อนดังกล่าว เพื่อให้ได้รูปแบบและความสัมพันธ์ (Patterns
and Relationships) และกฎ (Rules) ที่มีความหมายใหม่
ๆ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ วางแผนและคาดการณ์การดำเนินงานในด้านต่าง ๆ
ซึ่งสำหรับโครงการพัฒนา ระบบคลังข้อมูล/เหมืองข้อมูลของ CAT Telecom นั้น ครอบคลุมการดำเนินงาน 4 ด้าน ดังนี้
1. การวิเคราะห์การใช้งานเครือข่าย
(Network
Usage Analysis) : วิเคราะห์การใช้งานและการใช้ -ประโยชน์เครือข่าย
คุณภาพการให้บริการและสมรรถภาพของเครือข่าย
รวมทั้งการจัดการความผิดพลาดของเครือข่ายสื่อสัญญาณ
เพื่อประโยชน์ในการวางแผนดำเนินงานภายในองค์กรตลอดจนปรับปรุงคุณภาพการให้
บริการแก่ลูกค้า
2.
การวิเคราะห์และพยากรณ์ด้านลูกค้าและการตลาด (Customer
and Marketing) : วิเคราะห์ประเมินผล
และติดตามงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารลูกค้าและการตลาด
เพื่อให้สามารถวางกลยุทธ์ในการนำเสนอสินค้า/บริการ
ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
3. การวิเคราะห์ด้านการเงิน :
วิเคราะห์ผลการดำเนินงานในลักษณะ What-if Analysis ฐานะ -การเงิน สัดส่วนและแนวโน้มของรายได้จากบริการต่าง ๆ
และค่าใช้จ่ายเผยแพร่และส่งเสริมการตลาด รวมทั้งอัตราส่วนทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้องค์กรสามารถวางกลยุทธ์และบริหารจัดการด้านการเงินได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
4.
การวิเคราะห์ข้อมูลการประเมินผลองค์กร (Balanced
Scorecard) : ประเมินผลและวิเคราะห์ประสิทธิภาพขององค์กรโดยรวมตั้งแต่ระดับภาพรวมองค์กร
จนถึงระดับส่วนงาน รวมทั้งสร้างกระบวนการประเมินผลโดยเชื่อมโยงกับการกำหนดผลตอบแทน
ดัชนีชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (Key Performance Indicator ; KPI) และระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กร
เพื่อนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์และการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์
แหล่งที่มา:
http://www.l3nr.org/posts/481963
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น